วันอาทิตย์ที่ 30 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Unit 1 Prefix & Suffix


Prefix (っ>ω<)っ

prefix คือ แปลว่า “ อุปสรรค” เป็นคำที่เติมข้างหน้าคำศัพท์ (root word)
และทำให้ความหมายของคำศัพท์เปลี่ยนไป แต่ไม่เปลี่ยนชนิดของคำนั้นๆ
คำเราคุ้นกันก็จะเป็น พวก un- (undesirable),
im- (immortal), dis- (disrespect) ฯลฯ
ในภาษาอังกฤษอุปสรรคที่ใช้กันมากและมักพบ เห็นบ่อย ๆ มีอยู่ 10 ตัว คือ

1. –Un (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่น
◑ suitable เหมาะสม → unsuitable ไม่เหมาะสม
◑ countable นับได้ → uncountable นับไม่ได้

2. –Im (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) หรือ คำกริยาวิเศษณ์ (Adverb) เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม เช่น
◑ pure บริสุทธิ์ → impure ไม่บริสุทธิ์.
◑ polite สุภาพ → impolite ไม่สุภาพ

3. –In (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้าคำคุณศัพท์ (Adjective) เท่านั้น เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมาย
◑ direct (ตรง) → indirect (ไม่ตรง)
◑ expensive (แพง) → inexpensive (ไม่แพง)

4. –Re (อีก) ใช้สำหรับเติมหน้าคำกริยา (verb)หรือคำนามที่มาจากกริยาเท่านั้น เมื่อเติมแล้วทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “ทำอีก” เช่น
◑ write (เขียน) → rewrite (เขียนใหม่)
◑ speak (พูด) → respeak (พูดอีก)

5. –Dis (ไม่) ใช้สำหรับเติมหน้ากริยา (verb) หรือเติมหน้าคุณศัพท์ (Adjective) และเมื่อเติมแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมายตรงกันข้าม
◑ like (ชอบ) → dislike (ไม่ชอบ)
◑ agree (เห็นด้วย) → disagree (ไม่เห็นด้วย)

6. –Mis (ผิด) ใช้สำหรับนำหน้าหรือเติมหน้าคำกริยา (verb) เท่านั้น เมื่อเติมแล้วทำให้กริยาตัวนั้น มีความหมายว่า “กระทำผิด” เช่น
◑ write (เขียน) → miswrite (เขียนผิด)
◑ spell (สะกดตัว) → misspell (สะกดตัวผิด)

7. –Pre (ก่อน) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม (Noun) หรือกริยา (verb) เมื่อเติมแล้วทำให้นามนั้นมีความหมายว่า “ก่อน , หรือทำก่อน” เช่น
◑ history (ประวัติศาสตร์) → prehistory (ก่อนประวัติศาสตร์)
◑ university (มหาวิทยาลัย) → preuniversity (ก่อนมหาวิทยาลัย)
◑ direct (ตรง) → indirect (ไม่ตรง)
◑ expensive (แพง) → inexpensive (ไม่แพง)

8. –Tri (สาม)ใช้สำหรับเติมหน้าคำนามและเมื่อเติม tri เข้าข้างหน้าแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมายว่า “สาม” ขึ้นมาทันที เช่นคำเดิม คำแปล เติมอุปสรรค tri แล้ว คำแปล
◑ angle (เหลี่ยม) → triangle (รูปสามเหลี่ยม)
◑ cycle (จักรยาน) → tricycle (รถสามล้อ)

9. –Bi (สอง) ใช้สำหรับเติมหน้าคำนาม และเมื่อเติม bi เข้าข้างหน้าแล้ว ทำให้คำนั้นมีความหมาย“สอง”ขึ้นมาทันที เช่น
◑ cycle (จักรยาน) → bicycle (จักรยานสองล้อ)
◑ polar (ขั้วโลก) → bipolar (มีสองขั้วโลก)

10. –En อุปสรรคตัวนี้ไม่มีคำแปลเป็นเอกเทศเพียงแต่ว่าเมื่อนำไปเติมข้างหน้าคำนาม หรือคำคุณศัพท์แล้วทำให้คำนั้นกลับเป็นกริยา (verb) ขึ้นมาทันที เช่น
◑ camp (ค่ายพัก) → encamp (ตั้งค่าย)
◑ sure (แน่ใจ) → ensure (รับประกัน)



Suffix (。・ω・)ノ゙
Suffix แปลว่า ปัจจัยสำหรับปรุงแต่งคำอื่นให้เป็นนามบ้าง เป็นกริยาบ้าง
แล้วมีความหมายเปลี่ยนไป (โดยการเติมข้างหลังคำต่างๆ)

ที่พบเห็นบ่อยๆมีอยู่ 8 ตัวคือ

1. er (ผู้) ใช้เติมข้างหลังกริยา หรือคำนาม ให้หมายถึงบุคคลหรือผู้กระทำ เช่น…
◑ teach (สอน) → teacher (ผู้สอน,ครู)
◑ run (วิ่ง) → runner (ผู้วิ่ง)
◑ speak (พูด) → speaker (ผู้พูด)

2. or (ผู้) ใช้สำหรับเติมข้างหลังกริยาอย่างเดียว เช่น…
◑ act (กระทำ) → actor (ผู้แสดง)
◑ govern (ปกครอง) → governor (ผู้ปกครอง,ผู้ว่า)
◑ direct (ควบคุม) → director(ผู้อำนวยการ)

3. en (ทำด้วย) ใช้เติมหลังคำนามให้กลายเป็นกริยา เช่น….
◑ gold (ทอง) → golden (ทำด้วยทอง)
◑ wood (ไม้) → wooden (ทำด้วยไม้)
◑ light (แสงสว่าง) → lighten (ทำให้มีแสงสว่าง)

4. ly (อย่าง) ใช้เติมหลังคุณศัพท์ ให้กลายเป็นกริยาวิเศษณ์ เช่น…
◑ slow (ช้า) → slowly (อย่างช้า)
◑ quick (เร็ว) → quickly (อย่างเร็ว)
◑ happy (มีความสุข) → happily (อย่างมีความสุข)

5. ful (มี) ใช้เติมหลังนามบ้าง กริยาบ้าง ให้กลายเป็นคุณศัพท์ เช่น….
◑ beauty (ความสวย) → beautiful(มีความสวย)
◑ use (ใช้) → useful (มีประโยชน์)
◑ wonder (สงสัย) → wonderful (มีความประหลาดใจ)

6. less (ปราศจาก ไม่มี) ใช้เติมหลังนาม ให้กลายเป็นคุณศัพท์ เช่น…
◑ job (งาน) → jobless (ไม่มีงาน)
◑ live (ชีวิต) → lifeless (ไม่มีชีวิต)
could (เมฆ) → coldness(ปราศจากเมฆ)

7. ness (ความ) ใช้เติมหลังคุณศัพท์ ให้เป็นคำนาม เช่น…
◑ happy (มีความสุข) → happiness (ความสุข)
◑ light (เบา) → lightness (ความเบา)
◑ soft (นุ่ม) → softness (ความนุ่ม)

8. y (มี) ใช้เติมหลังคำนาม ให้เป็นคุณศัพท์ เช่น…
◑ sun (ดวงอาทิตย์) → sunny (มีแสงแดด)
◑ stone (หิน) → stony (มีหินมาก)
◑ storm (พายุ) → stormy (มีพายุมาก)

วันศุกร์ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2551

Unit 2 Context Clues


Context Clues >▂<

Definition type » บอกความหมายว่า คือ, หมายถึง, มีความหมายว่า
● V. to be
● mean (s/ed)
● consist of
● refer to
● may be described as
● may be seen as
● what this means is
● be call
● called
● can be defined as
● can be taught of

Restatement type » การพูดซ้ำ, การกล่าวซ้ำ
1. คำ
● or = หรือ
● this is = นั่นคือ
● this is to say / i.e. = นั่นคือ
● in other word = กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
● to put in another way = กล่าวอีกนัยหนึ่งคือ
Ex
- You can take an escalator, or a moving staircases, to go down to the plattorm.
- These two circle are concentric, In other words, they have the same center.
2. เครื่องหมายวรรคตอน
,.......... comma
,........., commas
.....-..... dash
-.........- dashes
(.........) parentheses

Example typy » ยกตัวอย่าง
1.● for example / e.g.
● for instance
● such as
● such ... as
● like
Ex
- Do you participate in one of the more popular avocation, such as jogging, or stamp collecting ?
2. เครื่องหมายวรรคตอน
, comma
: colon
- dash

Comparison or Contrast type
Comparison » เปรียบเหมือน
● as/as...as = เหมือนกัน
● like/alike = เหมือนกับ
● similar to = เหมือนกับ
● resemble (v.) = เหมือนกับ
● similarily (adv.) = ในทำนองเดียวกัน
● likewise (adv.) = ในทำนองเดียวกัน
● correspondingly (adv.) = ในทำนองเดียวกัน
● in the same way (adv.) = ในทำนองเดียวกัน
● in the manner (adv.) = ในทำนองเดียวกัน
● comparing = ในทำนองเดียวกัน
● compare with = ในทำนองเดียวกัน
● as if / as though = ราวกับว่า
Contrast type » เปรียบต่าง
● but / yet = แต่
● however / nevertherless = แต่อย่างไรก็ตาม
● though / although / even though = แม้ว่า
● while / whereas = ในขณะที่ (ในทางแย้งกัน)
● on the other hand = ในทางตรงกันข้าม
● on the contrary = ในทางตรงกันข้าม
● in contrast = ในทางตรงกันข้าม
● conversely = ในทางตรงกันข้าม
● in spite of / despite = แม้ว่า

Unit 1 Useing Dictionary

Useing Dictionary ╮(‵▽′)╭
♥ → Guide word = ชื้แนะคำศัพท์
♥ → Spelling = การสะกดคำ
♥ → Pronunsiation = การออกเสียง
♥ → Part of speech = หน้าที่คำ
♥ → Difinition = คำจำกัดความ
♥ → Synonyms = ความหมายใกล้เคียง
♥ → Etymology = ประวัติคำ
♥→ OPP = Antonym = ความหมายตรงกันข้าม
♥ → because of + v. = เพราะว่า
♥ → has to = จำเป็นต้อง
♥ → summary, briefing = การสรุป
♥ → inhale = หายใจเข้า
♥ → matter = เรื่องราว, หอสับเพเหระ
♥ → findings = ผลจากการวิจัย
♥ → scent = กลิ่น
♥ → perfume = น้ำหอม

~ ประวัติส่วนตัว ~





~ ประวัติส่วนตัว ~
ชื่อ: นางสาวนิติพร ขุนพรหม

ชื่อเล่น: เน

เกิดเมื่อ: 19 มกราคม 2533

เรียนที่: มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต

คณะ: วิทยาการจัดการ

โปรแกรม: การบัญชี